รีวิวหนัง เรื่อง หลวงพี่แจ๊ส 4G

เป็นเรื่องราวของหนุ่มหล่อรวยด้วยเสน่ห์ แจ๊ส (แจ๊ส ชวนชื่น) เกิดปัญหาหัวใจ เมื่อแฟนสาวที่รักของเขา ได้มาเจอกับสองสาวที่มาป่วนให้ความรักวุ่นวาย และบอกว่าท้อง ทำให้แจ๊สคิดหนักกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนต้องไปปรึกษาเพื่อนรักสองหนุ่ม มโน (นิก คุณาธิป) และสายสิญจน์ (โต๊ส อัครัช)  โดยที่มโนกับสายสิญจน์แนะนำให้แจ๊สหนีไปบวช แจ๊สตัดสินใจตามคำแนะนำของเพื่อน และกลายเป็นพระแจ๊ส ซึ่งเป็นที่มาของเรื่องวุ่นวายทั้งหมด ตามเรื่องราวในหนังพระแจ๊สเกิดอยากเรียนรู้พระธรรมจริงๆ และได้ไปเรียนรู้เรื่องพระธรรมในวัดที่กรุงเทพมหานคร นอกจากการเรียนรู้เรื่องทางธรรมแล้วแจ๊สยังได้กับพระในเมืองกรุงที่เปิดกุฏิในลักษณะที่เป็นการหลอกลวงประชาชน พระแจ๊สและสองหนุ่มเพื่อนรักของเขาที่ตามมาเป็นเด็กวัดด้วยได้ร่วมมือกันเพื่อจัดการเปิดโปงพระที่ทำผิดใช้ศาสนาทำมาหากิน จึงทำให้เกิดเรื่องราวป่วนๆมากมาย พูดถึงภาพรวมของหนังแล้วก็พอดูได้เพลินๆ แบบไม่ต้องไปคาดหวังกับเรื่องราวในหนังมากว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ มุขบางมุขก็เล่นแล้วแป๊ก มุขที่ฮาๆหน่อยก็ดูในตัวอย่างหนังหมดแล้ว พอไปดูแบบเต็มเรื่องเลยรู้สึกว่าไม่ค่อยฮาเท่าที่ดูในตัวอย่างหนัง ก็ผิดหวังนิดๆ ไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมเท่าไหร่ ตัวละครบางตัวอยู่ๆก็โผล่มาสะงั้น ไม่รู้ที่ไปที่มาของตัวละครเลยเป็นงง บางตัวก็ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ เรื่องราวก็เบาๆไม่ค่อยน่าตื่นเต้น ส่วนภาพพื้นหลังก็ถือว่าดี โดยเฉพาะฉากที่แพลนให้เห็นวัดบนเขา ซึ่งนำเสนอได้สวยมาก

รีวิวหนัง เรื่อง ขุนพันธ์

เป็นเรื่องราวของนายตำรวจหนุ่มจากนครศรีธรรมราช นั้นคือขุนพันธ์ (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) ผู้ยึดมั่นในการทำความดี เมื่อเขาได้จนเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และได้ยศเป็นนายตำรวจ เนื้อเรื่องจะออกแนวรักชาติ กบฏ ทรราชครองเมือง  คนดีไม่มีที่อยู่ พวกลุกขึ้นสู้ก็ตายเรียบ ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้ส่งยอดมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวของกรมตำรวจ ซึ่งก็คือขุนพันธ์ ลงมาปราบปรามกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดน นอกจากนี้ขุนพันธ์ยังได้เรียนวิชาครูมวยที่ได้ร่ำเรียนมาควบคู่ไปกับการเรียนหลักสูตรนายร้อยตำรวจด้วย จากการมาทำงานของขุนพันธ์ในสถานที่ต่างๆ เช่นที่พัทลุง เขาสามารถปราบโจรผู้ร้ายได้อย่างราบคาบแม้นแต่ผู้ร้ายที่เป็นที่หรือขานว่าฟังแทงหรือยิงไม่เข้า แต่ขุนพันธ์ก็สามารถปราบโจรผ้ายเหล่านั้นได้ ชีวิตการเป็นตำรวจไปได้ดี แต่ก็แลกมาด้วยการเสี่ยงอันตราย  เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งคือการใช้ดาบเป็นอาวุธแทนปืน จนได้รับสมญานามว่า ขุนพันธ์ดาบ นอกจากความสามารถในการจับผู้ร้ายที่เป็นบุคคลอันตรายได้แล้ว ขุนพันธ์ยังมีความรู้ด้านไสยศาสตร์ ถือว่าเป็นเคล็ดลับหนึ่งที่ช่วยปราบโจรร้ายคนสำคัญได้  รวมทั้งศิลปะการต่อสู้ทั้งการใช้อาวุธและมวยไทยที่เขาได้เรียน ภาพรวมของหนังถือว่าดีมาก ภาพพื้นหนัง เสียงประกอบ ทำออกมาดีมากๆ ฉากสู้รบของเรื่องทำให้รู้สึกว่าเหมือนจริงมากๆ เหมือนว่ากำลังชมสงครามที่เกิดขึ้นจริงๆ แล้วยังเลือกสถานที่ได้เหมาะสมยิ่งเพิ่มความสมจริงเข้าไปใหญ่ ฉากในป่าก็ยิ่งสวยมากๆ ฉากแอ็คชั่นของเรื่องก็ออกมาดีมากๆ ดูแล้วมันส์มาก ใครที่ไปดูจะไม่รู้สึกว่าผิดหวังเสียดายตัง และจะประทับใจอย่างแน่นอน